ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
★ ส่งฟรีเมื่อสั่งครบ 15,000 บาท ในรัศมี 10 กม.

คลังคำตอบ

เรื่องวัสดุบิวอิน ถามมาตอบให้จบ

รวมคำถามที่ช่างถามทีมงานบ่อยที่สุด ตอบด้วยข้อมูลจากคนที่ขายและส่งวัสดุจริงทุกวัน ไม่ใช่ข้อมูลลอกมา

เลือกวัสดุ

PB, MDF และ HMR ต่างกันอย่างไร เลือกใช้ตัวไหนดี

ทั้งสามชนิดเป็นไม้แผ่นอัดที่ใช้ในงานบิวอิน แต่เนื้อไม้และการทนความชื้นต่างกัน PB (ปาร์ติเกิลบอร์ด) ทำจากชิ้นไม้สับอัดกาว ราคาถูกที่สุด น้ำหนักเบา เหมาะกับตู้เสื้อผ้าและชั้นวางในที่แห้ง แต่ขอบแผ่นหยาบและไม่ทนชื้น MDF ทำจากเส้นใยไม้บดละเอียด เนื้อแน่นสม่ำเสมอ ผิวเรียบกว่า PB มาก เหมาะกับงานพ่นสี งานเซาะร่อง และงาน CNC ที่ต้องการขอบเนียน แต่ยังไม่ทนความชื้น HMR คือ MDF ที่ผสมสารกันชื้น สังเกตได้จากเนื้อในสีเขียว ทนความชื้นได้ดีกว่า MDF ธรรมดาหลายเท่า จึงเป็นมาตรฐานสำหรับตู้ครัว ตู้ใต้ซิงก์ และงานในห้องน้ำ สรุปการเลือก: พื้นที่แห้งและคุมงบใช้ PB, งานพ่นสีหรือเซาะร่องใช้ MDF, พื้นที่เสี่ยงโดนน้ำใช้ HMR

ทำตู้ครัวบิวอินควรใช้ไม้อะไร

ตู้ครัวควรแยกวัสดุตามความเสี่ยงโดนน้ำของแต่ละส่วน ตู้ล่างและตู้ใต้ซิงก์ควรใช้ HMR หนา 18 มม. เพราะเป็นจุดที่มีโอกาสโดนน้ำหกและไอน้ำจากท่อมากที่สุด ตู้แขวนด้านบนใช้ PB ปิดผิวเมลามีนหนา 18 มม. ได้ เพราะอยู่สูงและแห้งกว่า ช่วยลดต้นทุนลงได้มาก หน้าบานเลือกได้ตามงบและสไตล์ ตั้งแต่เมลามีนบอร์ด ลามิเนต HPL ไปจนถึงอะคริลิคเงาสำหรับงานโมเดิร์น แผ่นหลังตู้ใช้ MDF หรือ PB หนา 3-6 มม. ทุกขอบที่ตัดควรปิดด้วย Edge Band เพื่อกันความชื้นซึมเข้าเนื้อไม้

HMR กันน้ำได้ไหม ใช้ในห้องน้ำได้หรือเปล่า

HMR เป็นไม้ "กันชื้น" ไม่ใช่ "กันน้ำ" ต้องแยกสองคำนี้ให้ชัด HMR ทนความชื้นในอากาศ ไอน้ำ และน้ำที่หกแล้วเช็ดทันได้ดี แต่ถ้าแช่น้ำหรือโดนน้ำขังต่อเนื่อง เนื้อไม้จะบวมเสียหายเหมือนไม้แผ่นทั่วไป ใช้ในห้องน้ำได้ในส่วนที่ไม่โดนน้ำโดยตรง เช่น ตู้เก็บของเหนืออ่าง หรือตู้ใต้อ่างล้างหน้า โดยต้องปิดขอบทุกด้านให้สนิทและยาแนวรอยต่อกับผนังด้วยซิลิโคน ส่วนที่โดนน้ำโดยตรงอย่างตู้ในห้องอาบน้ำ ควรใช้วัสดุอื่นที่กันน้ำจริง

ไม้แผ่นความหนาเท่าไหร่ ใช้กับงานส่วนไหน

ความหนามาตรฐานที่ใช้ในงานบิวอินและการใช้งานทั่วไปมีดังนี้ 3-6 มม. ใช้ทำแผ่นหลังตู้และแผ่นกันฝุ่นใต้ลิ้นชัก 9-12 มม. ใช้ทำแผ่นกั้นภายในตู้และลิ้นชักใบเล็ก 15-16 มม. ใช้ทำโครงตู้และชั้นวางที่รับน้ำหนักไม่มาก 18 มม. เป็นความหนาที่ใช้มากที่สุดในงานบิวอิน ใช้ทำโครงตู้ หน้าบาน และชั้นวางทั่วไป 25 มม. ใช้ทำหน้าท็อปเคาน์เตอร์และชั้นที่ต้องรับน้ำหนักมากหรือมีช่วงพาดยาว หลักจำง่าย: ชั้นวางที่พาดยาวเกิน 80 ซม. ควรใช้ 25 มม. หรือเสริมคิ้วใต้ชั้น ไม่งั้นชั้นจะแอ่นตามเวลา

Edge Band แบบ PVC กับ ABS ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองใช้ปิดขอบไม้แผ่นเหมือนกัน ต่างกันที่เนื้อวัสดุและความทน PVC เป็นแบบที่ใช้กันทั่วไป ราคาถูกกว่า มีสีและลายให้เลือกมากที่สุด หนามาตรฐาน 1 มม. เหมาะกับขอบทั่วไปที่ไม่โดนกระแทกบ่อย ABS เนื้อเหนียวกว่า ทนแรงกระแทกได้ดีกว่า นิยมใช้หนา 2 มม. เหมาะกับขอบที่โดนชนบ่อยอย่างขอบเคาน์เตอร์และขอบชั้นในพื้นที่ใช้งานหนัก อีกทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าเพราะเผาแล้วไม่เกิดก๊าซคลอรีน ขอบหนา 2 มม. ยังเซาะขอบมนได้สวยกว่า 1 มม. ด้วย

ไม้ HMR กับไม้อัด ต่างกันอย่างไร ทำตู้บิวอินใช้อะไรดี

ไม้ HMR และไม้อัดเป็นไม้แผ่นที่ใช้ทำตู้บิวอินทั้งคู่ แต่โครงสร้างต่างกัน HMR คือ MDF เกรดกันชื้น ทำจากเส้นใยไม้บดอัด เนื้อแน่นสม่ำเสมอ ผิวเรียบมาก จึงปิดผิวเมลามีนหรือลามิเนตได้เนียนและไม่เห็นลายเสี้ยนทะลุ ไม้อัดทำจากแผ่นไม้บางวางสลับแนวเสี้ยนแล้วอัดกาว จึงแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี และยึดสกรูได้แน่นกว่า แต่ผิวอาจมีรอยต่อหรือตาไม้ และคุณภาพต่างกันตามเกรด สรุปคือ ตัวตู้และหน้าบานที่จะปิดผิวใช้ HMR ส่วนชั้นที่ต้องรับน้ำหนักมาก พื้นตู้ และงานที่อยากโชว์ลายไม้จริงใช้ไม้อัด

ไม้อัดมีกี่แบบ ไม้อัดยาง ไม้อัดสัก เลือกใช้อย่างไร

ไม้อัดในงานบิวอินแบ่งหลัก ๆ ตามผิวหน้าและการใช้งาน ไม้อัดยางผิวหน้าเป็นไม้ยางพารา ราคาประหยัด นิยมใช้ทำโครงตู้ พื้นตู้ และชิ้นส่วนที่ไม่โชว์ผิว ไม้อัดปิดผิวไม้จริง เช่น ไม้อัดสัก มีผิวหน้าเป็นแผ่นไม้จริงบาง ๆ ใช้กับหน้าบานหรือแผงที่ต้องการโชว์ลายไม้แล้วทำสีย้อมหรือเคลือบใส นอกจากผิวหน้าแล้วให้ดูเกรดกาวที่ใช้อัด ถ้าใช้ในพื้นที่ชื้นควรเลือกรุ่นที่ระบุว่ากันชื้น ความหนาที่ใช้บ่อยคือ 4-6 มม. สำหรับแผ่นหลังตู้และลิ้นชัก 10 มม. สำหรับแผงทั่วไป และ 15-20 มม. สำหรับชั้นวางและพื้นตู้

ไม้โครงสำหรับงานบิวอิน เลือกไม้ยาง ไม้สน หรือ LVL ดี

ไม้โครงคือไม้ที่ใช้ทำโครงรับแผ่นไม้ เช่น โครงผนังบิวอิน โครงหัวเตียง หรือโครงฐานตู้ ข้อสำคัญที่สุดคือต้องเป็นไม้อบแห้ง เพราะไม้ที่ยังมีความชื้นสูงจะหดและบิดหลังติดตั้ง ทำให้ผิวงานร้าวหรือบานไม่ตรง ไม้ยางพาราอบแห้งหาง่าย ราคาเหมาะสม และแข็งพอสำหรับงานโครงทั่วไป ไม้สนน้ำหนักเบา ตัดและยิงตะปูง่าย เหมาะกับโครงที่ไม่รับน้ำหนักมาก LVL เป็นไม้วิศวกรรมที่อัดจากแผ่นไม้บางหลายชั้น ตรง ไม่บิด แข็งแรงสม่ำเสมอ เหมาะกับช่วงยาวหรือจุดที่รับน้ำหนัก

ไม้ MDF คืออะไร ข้อดี ข้อเสีย ใช้ทำอะไรได้บ้าง

ไม้ MDF ย่อมาจาก Medium Density Fiberboard คือไม้แผ่นที่ผลิตจากเส้นใยไม้บดละเอียดผสมกาวเรซิน แล้วอัดด้วยความร้อนและแรงดันจนเป็นแผ่น เนื้อไม้แน่นเท่ากันทั้งแผ่น ไม่มีเสี้ยน ไม่มีตาไม้ ผิวเรียบมาก ขนาดมาตรฐานคือ 4 × 8 ฟุต (1220 × 2440 มม.) ความหนาตั้งแต่ 3 ถึง 25 มม. ข้อดีคือพ่นสีได้เนียน เซาะร่องและตัดลาย CNC ได้ขอบคม ราคาไม่แพง ข้อเสียคือดูดความชื้นแล้วบวม น้ำหนักมาก และยึดสกรูที่ขอบแผ่นได้ไม่แน่นเท่าไม้อัด จึงเหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ในห้องที่แห้ง ส่วนตู้ครัวและห้องน้ำควรใช้ HMR ซึ่งเป็น MDF เกรดกันชื้น

ไม้อัดกันน้ำมีจริงไหม ทำตู้ใต้ซิงก์และห้องน้ำควรใช้อะไร

คำว่า "ไม้อัดกันน้ำ" ที่ช่างและลูกค้าใช้ค้นหา ส่วนใหญ่หมายถึงไม้แผ่นเกรดทนความชื้นสำหรับตู้ครัวและห้องน้ำ ในงานบิวอินมีสองตัวเลือกหลัก คือไม้ HMR ซึ่งเป็น MDF ผสมสารกันชื้น และไม้อัดที่อัดชั้นด้วยกาวเกรดกันชื้น ทั้งสองแบบทนความชื้นและน้ำกระเด็นได้ดี แต่ไม่ได้ออกแบบให้แช่น้ำหรือโดนน้ำขังนาน ๆ สิ่งที่ทำให้ตู้ไม่บวมจริง ๆ คือการปิดผิวทั้งสองหน้า ปิดขอบทุกด้านที่ตัด และยาแนวรอยต่อรอบซิงก์ให้สนิท สำหรับตู้ใต้ซิงก์และตู้ในห้องน้ำ ช่างส่วนใหญ่เลือก HMR หนา 18 มม. เพราะผิวเรียบและคุณภาพสม่ำเสมอ

ไม้อัด OSB คืออะไร ต่างจากไม้อัดและปาร์ติเกิลบอร์ดอย่างไร

OSB ย่อมาจาก Oriented Strand Board ทำจากชิ้นไม้แบนยาวที่วางเรียงสลับแนวเป็นชั้นแล้วอัดด้วยกาว จึงรับแรงได้ดีและราคาต่อแผ่นไม่สูง ผิวหน้าเป็นลายเกล็ดไม้ชัดเจน ไม่เรียบ ไม้อัด (Plywood) ใช้แผ่นไม้บางทั้งแผ่นวางสลับแนวเสี้ยน ผิวเรียบกว่า ยึดสกรูได้แน่น และทำสีหรือปิดผิวได้สวยกว่า ปาร์ติเกิลบอร์ดใช้ชิ้นไม้สับขนาดเล็ก ผิวเรียบจึงปิดเมลามีนได้ แต่รับแรงและยึดสกรูได้น้อยกว่าสองแบบแรก งานตู้บิวอินที่ต้องปิดผิวให้เรียบ ช่างจึงนิยมไม้อัด HMR หรือ MDF มากกว่า OSB ส่วน OSB เหมาะกับพื้นรองใต้ปูพื้น ผนังกั้นชั่วคราว และงานตกแต่งที่ตั้งใจโชว์ลายเกล็ดไม้

ไม้ยางพาราประสาน (ไม้จ๊อยส์) คืออะไร ใช้ทำโครงตู้ดีไหม

ไม้ยางพาราประสาน หรือที่ช่างเรียกว่าไม้จ๊อยส์ คือไม้ยางพาราท่อนสั้นที่ผ่านการอบแห้งและอบน้ำยา แล้วนำมาต่อปลายด้วยรอยต่อแบบฟันปลา (Finger Joint) อัดกาวให้เป็นท่อนยาวตามขนาดมาตรฐาน ข้อดีคือไม้ตรง บิดตัวและโก่งน้อยกว่าไม้ท่อนเดียว ไม่มีตาไม้ใหญ่ ราคาประหยัด และหาได้หลายหน้าตัด จึงนิยมใช้ทำโครงตู้บิวอิน โครงผนัง โครงหัวเตียง และคิ้วภายในอาคาร ไม่ควรใช้กับงานภายนอกหรือจุดที่โดนน้ำตลอด เพราะไม้ยางพาราไม่ทนแดดฝน

ลามิเนตและปิดผิว

ลามิเนต HPL คืออะไร ต่างจากเมลามีนอย่างไร

HPL (High Pressure Laminate) คือแผ่นปิดผิวบาง ทำจากกระดาษหลายชั้นชุบเรซินแล้วอัดด้วยแรงดันและความร้อนสูง ผิวจึงแข็ง ทนรอยขีดข่วน ทนความร้อนระดับใช้งานในครัว และทำความสะอาดง่าย HPL ขายเป็นแผ่นแยก ช่างต้องนำไปติดบนไม้แผ่นด้วยกาวยาง ต่างจากเมลามีนบอร์ดหรือ LPL ที่ผิวเมลามีนถูกอัดติดมากับแผ่นไม้ตั้งแต่โรงงาน พร้อมตัดใช้ได้ทันทีแต่ผิวบางและทนการใช้งานหนักน้อยกว่า เลือก HPL เมื่อต้องการความทนทานหรือลายที่หลากหลาย และเลือกเมลามีนบอร์ดเมื่อต้องการงานเร็วและคุมงบ

วิธีติดลามิเนต HPL ให้เรียบ ไม่พอง ทำอย่างไร

การติดลามิเนต HPL ให้เรียบมี 6 ขั้นตอนหลัก หนึ่ง ตัดแผ่น HPL ให้ใหญ่กว่าชิ้นงานด้านละประมาณ 5-10 มม. สอง ทำความสะอาดผิวไม้และหลังแผ่น HPL ให้ปราศจากฝุ่นและคราบมัน สาม ทากาวยางบาง ๆ ให้ทั่วทั้งสองหน้า สี่ รอให้กาวหมาดจนแตะแล้วไม่ติดนิ้ว ตามเวลาที่ระบุบนฉลากกาว ห้า วางแผ่นให้ตรงในครั้งเดียว เพราะกาวยางติดทันทีที่สัมผัส แล้วรีดด้วยลูกกลิ้งจากกลางออกขอบเพื่อไล่อากาศ หก เล็มขอบส่วนเกินด้วยทริมเมอร์ แล้วลบคมขอบ สาเหตุที่ทำให้พองส่วนใหญ่มาจากกาวไม่ทั่ว วางแผ่นตอนกาวยังเปียก หรือรีดไม่ทั่วแผ่น

ลามิเนต HPL หนาเท่าไหร่ดี 0.7 มม. กับ 1.0 มม. ต่างกันอย่างไร

ความหนาของลามิเนต HPL มีผลกับความทนทานและการดัดโค้ง แผ่นบางประมาณ 0.7-0.8 มม. เป็นขนาดที่ใช้มากที่สุด เหมาะกับหน้าบานตู้ ผนังตกแต่ง และชิ้นงานที่ต้องดัดโค้งเล็กน้อย เพราะยืดหยุ่นและราคาประหยัดกว่า แผ่นหนาประมาณ 1.0 มม. ขึ้นไปผิวแข็งแรงกว่า ทนแรงกระแทกและรอยจากของหนักได้ดีกว่า เหมาะกับท็อปเคาน์เตอร์ โต๊ะทำงาน และเฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่สาธารณะ ข้อควรระวังคือในงานชิ้นเดียวกันควรใช้ความหนาเท่ากันทั้งชิ้น และถ้าติดผิวด้านเดียวบนแผ่นลอย ควรมีแผ่นถ่วงอีกด้านกันโก่ง

ลามิเนตลายไม้ เลือกอย่างไรให้ตู้ดูเหมือนไม้จริง

ลามิเนตลายไม้คือแผ่นลามิเนต HPL ที่พิมพ์ลายไม้บนผิว ให้ลุคไม้จริงแต่ทนรอยขีดข่วน ความร้อน และดูแลง่ายกว่าไม้จริง การเลือกให้ดูเป็นธรรมชาติมีสามเรื่อง เรื่องแรกคือโทนสี ลายโอ๊คและบีชโทนอ่อนทำให้ห้องดูกว้าง ลายวอลนัทและสักโทนเข้มให้ความอบอุ่นหรูหรา เรื่องที่สองคือผิวสัมผัส ผิวด้านหรือผิวเสี้ยนนูนดูเป็นไม้จริงกว่าผิวเงา เรื่องที่สามคือทิศทางลาย ควรวางลายแนวเดียวกันและต่อเนื่องจากบานหนึ่งไปอีกบาน ลามิเนตลายไม้ในหมวดนี้เป็นแผ่นปิดผิวเฟอร์นิเจอร์ ติดบนไม้ HMR หรือ MDF ด้วยกาวยาง ไม่ใช่พื้นลามิเนตสำเร็จรูป

กาวและเคมีภัณฑ์

งานบิวอินแต่ละแบบ ควรใช้กาวชนิดไหน

เลือกกาวตามวัสดุที่จะติดและสภาพแวดล้อมหน้างาน กาวลาเท็กซ์ (กาวไม้สีขาว) ใช้ประกอบโครงไม้ ติดไม้เข้ามุม และงานอัดประสาน แห้งใสไม่ทิ้งคราบ ไม่มีกลิ่นฉุน กาวยาง (Contact Cement) ใช้ติดแผ่นลามิเนต HPL และวัสดุปิดผิว วิธีใช้คือทาสองหน้า รอหมาด 10-15 นาที แล้วประกบ ยึดทันที กาวพียู (PU) ยึดได้ทุกวัสดุทั้งไม้ โลหะ ปูน และกันน้ำ 100% เหมาะกับงานภายนอกและจุดที่โดนความชื้นตลอด กาวร้อน Hotmelt EVA ใช้เฉพาะกับเครื่องปิดขอบอัตโนมัติ อุณหภูมิใช้งาน 180-200 องศาเซลเซียส ซิลิโคนใช้ยาแนวรอยต่อ ไม่ใช่กาวยึดโครงสร้าง

กาวยางกับกาวลาเท็กซ์ ต่างกันอย่างไร ใช้งานไหนดี

กาวยาง (Contact Cement) และกาวลาเท็กซ์ (กาวขาว หรือ PVA) ใช้คนละงาน กาวยางต้องทาทั้งสองผิว รอให้หมาดแล้วค่อยประกบ ยึดติดทันทีโดยไม่ต้องใช้แคลมป์ จึงเหมาะกับการติดลามิเนต HPL แผ่นปิดผิว และวัสดุแผ่นใหญ่หน้างาน แต่ขยับแผ่นไม่ได้หลังประกบ กาวลาเท็กซ์ทาหน้าเดียวแล้วประกบ ต้องหนีบหรืออัดไว้จนกาวเซ็ตตัว ปรับตำแหน่งได้ช่วงแรก แห้งแล้วแข็งแรงมากสำหรับงานไม้ต่อไม้ เช่น เข้าเดือย ประกอบโครง และต่อชิ้นไม้ จำง่าย ๆ ว่า แผ่นติดแผ่นใช้กาวยาง ไม้ต่อไม้ใช้กาวลาเท็กซ์

ติดตั้งและหน้างาน

ตู้ใต้ซิงก์ใช้ไม้อะไร ทำอย่างไรไม่ให้บวมน้ำ

ตู้ใต้ซิงก์เป็นจุดที่ไม้บวมบ่อยที่สุดในครัว เพราะโดนทั้งน้ำหยดจากท่อและไอน้ำ วัสดุที่เหมาะคือไม้ HMR กันชื้นหนา 16-18 มม. แต่วัสดุอย่างเดียวไม่พอ ต้องปิดขอบด้วย Edge Band ให้ครบทุกด้าน รวมถึงขอบรูที่เจาะให้ท่อน้ำผ่าน ซึ่งช่างมักลืม ยาแนวซิลิโคนรอบขอบอ่างและรอยต่อระหว่างตู้กับผนัง ยกตู้ให้พ้นพื้นด้วยขาปรับระดับเพื่อไม่ให้แช่น้ำเวลาถูพื้น และตรวจข้อต่อท่อน้ำทิ้งไม่ให้รั่วซึมก่อนปิดงาน

เก็บไม้แผ่นที่หน้างานอย่างไร ไม่ให้บวมหรือโก่ง

ไม้แผ่นโก่งหรือบวมที่หน้างานส่วนใหญ่มาจากการวางผิดวิธีและความชื้น ให้วางแผ่นนอนราบซ้อนกันบนไม้รองอย่างน้อย 3-4 ตัว วางระยะเท่ากันและยกให้พ้นพื้น ไม่ควรตั้งพิงผนังเป็นเวลานาน เพราะแผ่นจะแอ่นตามน้ำหนักตัวเอง เก็บในที่ร่ม ไม่โดนฝนและแดดส่องตรง คลุมผ้าใบกันฝุ่นแต่อย่าปิดจนอับชื้น ก่อนตัดควรพักไม้ในห้องที่จะติดตั้งประมาณ 1-2 วัน ให้ไม้ปรับตัวกับความชื้นของห้อง แผ่นที่ปิดผิวแล้วให้วางหน้าประกบหน้าเพื่อกันรอยขีดข่วน

อุปกรณ์บิวอิน

บานพับ Soft Close คืออะไร ต่างจากบานพับธรรมดาอย่างไร

บานพับ Soft Close คือบานพับที่มีระบบไฮดรอลิกกันกระแทกในตัว เมื่อผลักบานปิด ระบบจะหน่วงความเร็วในช่วงท้ายให้บานค่อย ๆ ปิดเงียบ ไม่กระแทก ต่างจากบานพับธรรมดาที่ปิดแล้วมีเสียงดังและบานสั่น ข้อดีคือยืดอายุบานตู้และหน้าบาน ลดเสียงรบกวน และให้ความรู้สึกงานประณีต บานพับถ้วยมาตรฐานใช้ดอกเจาะขนาด 35 มม. ทั้งสองแบบ จึงเปลี่ยนทดแทนกันได้ และปรับตั้งได้ 3 ทิศทาง คือ ซ้าย-ขวา หน้า-หลัง และ บน-ล่าง ทำให้จัดบานให้ตรงแนวได้หน้างาน ถ้าติดบานพับธรรมดาไปแล้ว ยังซื้อตัวกันกระแทกแบบเสียบมาเพิ่มภายหลังได้

รางลิ้นชักลูกปืนกับรางซ่อนใต้ท้อง เลือกแบบไหนดี

รางลูกปืน 3 ตอน ติดด้านข้างลิ้นชัก มองเห็นตัวรางเมื่อเปิด ราคาประหยัดกว่า รับน้ำหนักได้ประมาณ 45 กิโลกรัมต่อคู่ ติดตั้งง่าย เหมาะกับงานทั่วไปและลิ้นชักเก็บของหนัก รางซ่อนใต้ท้อง (Undermount) ติดใต้ท้องลิ้นชัก มองไม่เห็นตัวราง งานดูเรียบร้อยกว่ามาก มักมาพร้อมระบบ Soft Close และดึงกลับอัตโนมัติ รับน้ำหนักประมาณ 30 กิโลกรัมต่อคู่ แต่ราคาสูงกว่าและต้องเซาะร่องใต้ท้องลิ้นชักตามแบบผู้ผลิต จึงต้องวัดให้แม่น เลือกความยาวรางให้สั้นกว่าความลึกตู้ประมาณ 5 ซม. เพื่อให้ลิ้นชักปิดได้สนิท

คำนวณและสั่งซื้อ

คำนวณจำนวนแผ่นไม้ที่ต้องใช้อย่างไร

ไม้แผ่นมาตรฐานมีขนาด 1220 × 2440 มม. คิดเป็นพื้นที่ 2.98 ตารางเมตรต่อแผ่น วิธีคำนวณคือรวมพื้นที่ชิ้นงานทุกชิ้นที่ต้องตัด แล้วหารด้วยพื้นที่ต่อแผ่น จากนั้นบวกเผื่อเศษจากการตัดอีก 10-15 เปอร์เซ็นต์ เพราะชิ้นงานมักวางลงแผ่นได้ไม่ลงตัวพอดี ตัวอย่าง ตู้เสื้อผ้าบานเลื่อนกว้าง 2 เมตร สูง 2.4 เมตร ลึก 60 ซม. ใช้ไม้ 18 มม. ประมาณ 6-7 แผ่น ถ้าไม่อยากคำนวณเอง ส่ง Cut List หรือแบบมาทาง LINE ให้ทีมงาน MBI คำนวณจำนวนแผ่นและรอยตัดให้ได้ พร้อมจัดเรียงชิ้นงานลงแผ่นให้ประหยัดเนื้อไม้ที่สุด

ไม้แผ่นสำหรับงานบิวอินราคาเท่าไหร่

ราคาขึ้นกับชนิดวัสดุและความหนา โดยคิดเป็นราคาต่อแผ่นขนาด 1220 × 2440 มม. PB เปลือยเริ่มต้นประมาณ 255 บาทที่ความหนา 9 มม. และประมาณ 455 บาทที่ 18 มม. MDF เปลือยเริ่มประมาณ 175 บาทที่ 3 มม. และประมาณ 660 บาทที่ 18 มม. HMR กันชื้นเริ่มประมาณ 340 บาทที่ 6 มม. และประมาณ 720 บาทที่ 18 มม. PB ปิดผิวเมลามีนสีขาวประมาณ 620 บาทที่ 18 มม. ราคาข้างต้นเป็นราคาปลีก ลูกค้าที่สมัครสมาชิกช่างกับ MBI จะได้ราคาช่างซึ่งต่ำกว่าราคาปลีก และลูกค้าที่สั่งประจำสามารถขอราคาตัวแทนจำหน่ายและเครดิตเทอมได้

สั่งวัสดุบิวอินให้ส่งถึงไซต์งานได้ไหม

MBI จัดส่งวัสดุบิวอินถึงหน้าร้าน โรงงาน และไซต์งานทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้บริการวันจันทร์ถึงเสาร์ เลือกได้ทั้งรอบเช้าเวลา 08:00-12:00 น. และรอบบ่ายเวลา 13:00-17:00 น. ค่าจัดส่งคิดตามระยะทางจากคลัง เริ่มต้น 300 บาทในรัศมี 10 กิโลเมตร และสั่งครบตามยอดที่กำหนดในแต่ละโซนจะได้ส่งฟรี สั่งซื้อได้สองทางคือสั่งผ่านเว็บไซต์ หรือทักไลน์ @mbi.in.th แล้วแจ้งรายการหรือส่งรูปให้แอดมินจัดให้ ระบบแจ้งสถานะทุกขั้นตอนจนของถึงมือ

ทำตู้เสื้อผ้าบิวอินต้องสั่งวัสดุอะไรบ้าง (เช็กลิสต์)

เช็กลิสต์วัสดุสำหรับตู้เสื้อผ้าบิวอินหนึ่งชุดมีดังนี้ ไม้แผ่นสำหรับแผงข้าง หลังคา พื้น และชั้น หนา 16-18 มม. ไม้แผ่นบาง 3-6 มม. สำหรับแผ่นหลังตู้ ไม้โครงสำหรับฐานตู้หรือโครงยึดผนัง วัสดุปิดผิวหน้าบาน เช่น ลามิเนต HPL ถ้าไม่ได้ใช้แผ่นที่ปิดผิวมาแล้ว Edge Band สำหรับปิดขอบที่ตัด กาวยางสำหรับติดผิว และกาวลาเท็กซ์สำหรับประกอบ อุปกรณ์ เช่น บานพับ ราวแขวนผ้า รางลิ้นชัก มือจับ และสกรู ก่อนสั่งควรทำ Cut List เพื่อคำนวณจำนวนแผ่นให้พอดี และเผื่อเศษจากการตัดประมาณ 10-15%

ราคาไม้อัด ไม้ MDF ไม้ HMR ต่อแผ่น ขึ้นกับอะไร ดูราคาล่าสุดได้ที่ไหน

ราคาไม้อัด ไม้ MDF และไม้ HMR คิดเป็นราคาต่อแผ่นขนาดมาตรฐาน 4 × 8 ฟุต (1220 × 2440 มม.) ปัจจัยที่ทำให้ราคาต่างกันคือ ชนิดวัสดุ ความหนา เกรดการปล่อยฟอร์มาลดีไฮด์ (E0 E1 E2) ผิวหน้า (เปลือย เคลือบเมลามีน หรือปิดวีเนียร์ไม้จริง) และแบรนด์ เมื่อเทียบที่ความหนาเท่ากัน ปาร์ติเกิลบอร์ดมักถูกที่สุด รองลงมาคือ MDF ส่วน HMR ซึ่งผสมสารกันชื้นแพงกว่า MDF และไม้อัดมีช่วงราคากว้างตามเกรดผิวหน้า ราคาบนเว็บ MBI เป็นราคาปลีกรวม VAT ที่อัปเดตจากระบบจริง สมาชิกช่างและลูกค้าโรงงานได้ราคาต่ำกว่า และสั่งตัดตามขนาดพร้อมส่งถึงไซต์งานได้

ยังไม่แน่ใจว่าต้องใช้อะไร

ส่งรูปหน้างาน แบบ หรือ Cut List มาทาง LINE ทีมงานช่วยเลือกวัสดุและคำนวณจำนวนแผ่นให้ฟรี